ไอซ์แลนด์: ไป..ให้ได้รู้จัก - บทที่1 : แนะนำสมาชิก&ก่อนจะออกเดินทาง

แนะนำสมาชิก

 

ลังเลอยู่หลายทีว่าจะเขียนแนะนำดีมั้ย แต่เพื่อความสบายใจให้คนอ่านได้รู้จักตัวละครที่ผมจะเอ่ยถึงในบันทึกนี้ซักหน่อยน่าจะดีกว่า

 

ผล

ตัวผมเอง เป็นช่างภาพอิสระ ชอบท่องเที่ยว... จบ ฮ่าๆๆๆ

 

พี่ตี้&พี่โน้ต

พี่ตี้รุ่นพี่ของผมที่มหาลัย ปัจจุบันทำงานอยู่ในวงการโฆษณา เป็นคนสดใสร่าเริง(มาก)

ส่วนพี่โน้ต พี่ใหญ่สุดของทริปนี้ เป็นสามีของพี่ตี้ พี่โน้ตเป็นโลเคชั่นแมน มีประสบการณ์เคยขับรถเมืองนอกมาก่อน ในทริปนี้เราจึงวางตัวพี่โน้ตเป็นคนขับรถมือหนึ่งไว้ก่อนเลย 

 

พี่เตย

คู่ซี้มหัศจรรย์ของพี่ตี้และเป็นรุ่นพี่ที่มหาลัยของผลด้วยเช่นกัน เป็นสาวมาร์เก็ตติ้งบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง เป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง(แต่ไม่ใส) พอจับคู่กับพี่ตี้แล้วทำให้ทริปนี้มีสีสันมากทีเดียวเชียว

 

ชิน&พี่คิม

ชินเป็นหนุ่มไอทีบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ปัจจุบันทำงานอยู่ที่สิงคโปร์ เป็นเพื่อนคนแรกของผล ใช่...เพื่อนคนแรก สมัยเด็กๆบ้านเราอยู่ใกล้กัน เรียกได้ว่าจำความได้ก็มีชินเป็นเพื่อนแล้วเนี่ยแหละ ชินเป็นคนตลก ร่าเริงและวู่วาม

พี่คิม เป็นพี่สาวของชิน ผมก็รู้จักพี่คิมพร้อมๆกับที่รู้จักชินนั่นแหละ พี่คิมเป็นคนแนวๆ ชอบงานดีไซน์ ชอบถ่ายรูป พูดน้อย...แต่ตลกนะ

 

พี่อ๋อง&พี่ปั๊บ

พี่อ๋องเป็นลูกพี่ลูกน้องของผล เป็นญาติที่ใกล้ชิดที่สุดแล้วก็ว่าได้เพราะสมัยเด็กๆบ้านอยู่ใกล้กัน ก็เล่นๆกันมาด้วยกันทั้งผล ชิน พี่คิม พี่อ๋อง

พี่ปั๊บแฟนพี่อ๋อง ก่อนหน้าทริปผลไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับพี่ปั๊บซักเท่าไหร่ แต่พอรู้จักแล้วพบว่าพี่ปั๊บเป็นคนสนุกและตลก พอๆกับคนอื่นในทริปนี้เลยแหละ

 

ก่อนจะออกเดินทาง

การจะเดินทางไปไอซ์แลนด์ 

แน่นอนล่ะมันไม่ได้จะชิวๆอยากจะไปก็ไปเลยแบบฮ่องกง หรือประเทศในแถบบ้านเรา

จะไปประเทศในแถบนั้นเราต้องทำเรื่องขอวีซ่ากันก่อน ไหนจะสภาพอากาศที่เราไม่คุ้นเคย

สถานที่ที่เราจะไปก็มีความสมบุกสมบันพอสมควร เลยจะต้องมีการเตรียมตัวที่ดีกว่าปกติเหมือนกัน

จากปกติเวลาที่ผมไปเที่ยวไม่ค่อยจะได้ทำอะไรพวกนี้เท่าไหร่หรอก ก็เลยหยิบมาเล่ากันไว้ซักหน่อย

 

 

การวางแผนการเดินทาง

พอจะต้องขอวีซ่า เลยจะต้องมีแผนการเดินทางเพื่อจะไปยื่นให้กับสถานฑูต

คร่าวๆก็คือ เราจะต้องมีแผนบอกเขาว่าแต่ละวันเราจะไปที่ไหนบ้าง นอนที่ไหน ครบทุกวันจนถึงวันกลับ

 

โดยผ่านการท่องเที่ยวของเราครั้งนี้ก็คือ

เราจะขึ้นเครื่องไปลงOsloจากนั้นนอนที่สนามบินแล้วตอนเช้าค่อยขึ้นเครื่องไปKeflavik

ขับรถเที่ยวรอบประเทศ8วัน แล้วส่งพี่เตยกลับไทยก่อน แล้วเราจะขับไปเที่ยวต่ออีก 4วัน

จากนั้นจะบินกลับมาที่Oslo นั่งรถไฟข้ามคืนจากOsloไปBergen เที่ยวในBergen 2วัน

แล้วนั่งรถไฟกลับไปเที่ยวในOsloอีก1วันแล้วค่อยบินกลับไทย

 

แต่เดี๋ยวก่อน.....นี่คือแผนที่เราคิด ใครที่คิดจะลอกแผนเรา อย่าเพิ่ง! ฮ่าๆๆๆๆ

รออ่านให้จบก่อนแล้วค่อยคิดใหม่นะ

 

ที่พักของเราส่วนใหญ่จะเป็นบ้านที่อยู่ด้วยกันทั้งหมด8คนโดยจองผ่านAirbnb 

จะมีบางคืนเท่านั้นที่นอนhostelจองผ่านbooking

เวลาขอยื่นวีซ่าให้ปริ้นใบยืนยันการจองของทุกที่แนบประกอบไปด้วย

และอย่าลืมว่าคืนที่เรานอนบนรถไฟ เราต้องแนบตั๋วรถไฟให้สถานฑูตด้วยเช่นกัน

 

ช่วงประมานเดือน 6 เราก็เลยนัดวันกับพี่เตยมานั่งทำแผนกันคร่าวๆก่อน

เช็คดูสถานที่แต่ละจุดว่าหน้าตาเป็นยังไง น่าไปมั้ย คัดเลือกและรวบรวมเอาไว้ 

ส่วนพี่เตยก็เอารายการพวกนี้มาหาภาพประกอบเพื่อการโฆษณา กะว่าเปิดให้ทุกคนดูแล้วเคลียร์ ผ่านแน่นอน

 

พอถึงเดือน7 2เดือนก่อนวันเดินทาง เราก็นัดรวมตัวกับทุกๆคนแต่ก็มาได้ไม่ครบพี่ปั๊บกับพี่โน้ตติดงาน ส่วนชินอยู่สิงคโปร์ เป็นครั้งแรกที่แต่ละคนได้มาทำความรู้จักกัน 

ผลถ่ายรูปแต่ละคนเพื่อใช้ขอวีซ่า แจกแจงสิ่งที่ทุกคนต้องเตรียม 

นำเสนอโปรแกรมท่องเที่ยวให้ทุกคนรับทราบ

 

พี่ตี้

“โห ภาพเพื่อการโฆษณา” 

“เดี๋ยวจะรอดูว่าภาพที่เราคิดกับภาพที่เราเห็นจะตรงกันมั้ย ฮ่าๆๆ”

 

พี่เตย

“กลัว อะไรเรามีช่างภาพไปด้วยมึง”

พี่ตี้

“เออ จริงด้วยหว่ะ ผล..นายคือความหวัง”

 

“ได้พี่”

 

พี่เตย

“ดีๆๆ แกถ่ายเยอะๆนะ ฉันจะโพสต์ท่ารอ”

 

ผลก็ตอบไปซะมั่นใจ โดยไม่รู้เลยว่าอะไรรอเราอยู่ข้างหน้าบ้าง

หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันยื่นวีซ่าตามความพร้อมและสะดวกของแต่ละคน

 

 

พี่คิมวีซ่าผ่านเป็นคนแรก

 

 

“เชี่ย...กูจะผ่านมั้ยเนี่ย” ความวิตกเริ่มครอบงำผมในตอนนั้น

เพราะไม่ค่อยมั่นใจว่าตัวเองจะขอวีซ่าผ่านเท่าไหร่

หลายวันต่อมาทางสถานฑูตก็โทรมาหา สอบถามหลายอย่าง

หลังจากวางสายไปตอนนั้นเรียกได้ว่าเครียดมากๆ กลัวว่าจะไม่ผ่านซะแล้ว

คนกับคนอื่นๆ พี่ปั๊บผ่านแล้ว พี่ปั๊บบอกไม่เคยมีใครโทรมาหาเลย

พี่คิมก็ไม่มี

 

“แล้วทำไมเป็นเรา”

 

จากนั้นอีกสองวัน ก็มีsmsยืนยันมาว่าวีซ่าผ่าน

แต่ประโยคมันไม่ค่อยเคลียร์หรอก เขาบอกมาประมานว่า

ได้ส่งหนังสือเดินทางกลับมาให้ทางเราแล้ว

บางคนบอกว่านั่นแปลว่าผ่านแล้ว แต่เราก็ยังไม่เชื่อ 

รอจนกว่าพาสปอร์ตจะมาถึงมือถึงจะเชื่อ

 

“ผ่านแล้วโว้ยยยยยยย”

 

ตอนนั้นผมยอมรับเลยว่าตื่นเต้นมาก ดีใจเหมือนสอบติดมหาลัยยังไงอย่างงั้น

เราจะได้ไปไอซ์แลนด์กันจริงๆแล้ว

 

ออโรร่ารอก่อนนะเดี๋ยวจะไปหา

 

 

จัดกระเป๋ากันเถอะ


การจะเดินทางแต่ละครั้ง สิ่งที่ต้องทำเลยก็คือเช็คสภาพภูมิอากาศที่เราจะต้องไปเจอก่อนเพื่อจะได้เตรียมตัว เตรียมเสื้อผ้าไปได้ถูก ไม่ใช่แค่ไปไอซ์แลนด์หรอกแต่จะไปที่ไหนก็ควรเช็คก่อน


ช่วงที่เราเดินทางไปเป็นช่วงที่ไอซ์แลนด์ อุณหภูมิอยู่ประมานเลขตัวเดียวก็คือเย็นๆยังไม่หนาวจัด

แต่ไอซ์แลนด์ เป็นประเทศที่ลมแรงและฝนตกเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องตระหนักเอาไว้เลย มาดูกันว่าเราควรเตรียมอะไรไปบ้าง


เสื้อกันหนาว+กันลม+กันฝน

อากาศที่ผมเจอตอนนั้นโดยเฉลี่ยจะอยู่ประมาน4-7องศาเซลเซียส อาจจะรู้สึกหนาวกว่านั้นเพราะลมที่นั่นแรงมาก แรงแค่ไหน...แรงแค่เดินแล้วเซ จะปิดประตูรถต้องใช้สองมือช่วยดึง รวมถึงอากาศที่ไอซ์แลนด์ค่อนข้างแปรปรวนฝนตกบ่อยมากแต่ไม่หนัก ที่ผมเจออาจจะแปรปรวนเป็นพิเศษเพราะตอนนั้นเป็นช่วงเปลี่ยนฤดูด้วย เพราะฉะนั้นควรมีทั้งเสื้อกันหนาวกันลมและกันฝนที่ค่อนข้างคล่องตัว ถ้าไม่มีก็ซื้อใหม่เลยครับ เพราะมันจำเป็นจริงๆ ไม่งั้นทรมานเลยนะ


กางเกงกันน้ำ

อย่างที่บอกว่าฝนตกค่อนข้างบ่อย เพราะฉะนั้นเครื่องนุ่งห่มเราควรจะกันน้ำได้หัวจรดเท้าอย่างน้อยๆ 1ชุดครับ

กางเกงกันน้ำตอนนั้นผมไม่ได้เตรียมไป ในทริปผมใส่แค่กางเกงยีนส์ตัวเดียวยาวเลยก็เที่ยวได้ เชื่อเถอะครับ เตรียมไปเถอะแล้วจะไม่ผิดหวัง


ลองจอน(เสื้อ+กางเกง)

เอาใส่เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายด้านในครับ เตรียมไปเปลี่ยนซัก2-3ชุดก็ดี จะได้ไม่คัน ฮ่าๆๆๆ


ปลอกคอ ผ้าพันคอ

ลองเลือกตามที่ตัวเองชอบครับ แต่ควรมีเอาไว้เดี๋ยวจะไม่สบายเจ็บคอแล้วแย่เลย


รองเท้าเดินป่ากันน้ำ

เป็นอีกอย่างที่จำเป็นต้องมีครับ เพราะบางสถานที่ต้องเดินต้องปีน แถมเจอฝนเจอน้ำอีก รองเท้าพวกนี้ช่วยเซฟเราได้เยอะครับ ผมสะดุดล้มข้อเท้าพลิกไปรอบนึง ที่ไม่เจ็บมากก็เพราะรองเท้าเลยครับ


ไฟฉาย 

สำหรับใครที่มีแผนจะไปดูแสงเหนือที่ไกลๆ จำเป็นต้องมีพร้อมแบตสำรอง1ชุดครับ เนื่องจากบางทีไม่มีไฟถนนไม่มีแสงสว่างเลย ทุกคนควรมีแสงสว่างติดตัวเผื่อไว้ครับ


กล้อง 

อันนี้แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนครับ แต่ควรพกกล้องไปมากๆเพราะประเทศเขาสวยมาก แนะนำมีแบตสำรองไว้2-3ก้อน และเมมโมรี่การ์ดลองกะให้เพียงพอตามความเหมาะสมของแต่ละคนละกันครับ ขาตั้งกล้องถ้าเราอยากจะถ่ายติดแสงเหนือขาตั้งกล้องจำเป็นครับ

อาหารกล่อง อาหารแห้ง

เวลาเดินทางตารางอาจจะแน่น อาจจะเร่งรีบ ไม่มีเวลาทำอาหาร และถึงแม้ค่าครองชีพของไอซ์แลนด์จะไม่สูงเท่านอร์เวย์ แต่ถ้ากินร้านอาหารราคาก็คือว่าแพงอยู่ครับ สำหรับใครที่อยากประหยัดงบควรมีติดตัวไว้หน่อยครับ วางเป็นจำนวนมื้อไว้ก็ได้ครับ ในทริปนี้ผมมีทั้งไปซื้ออาหารที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตมาทำ(แนะนำBonusครับของถูกมาก) กินข้าวในร้านอาหาร และก็ต้มโจ๊ก ต้มมาม่า หรือจะเป็นข้าวกล่องกับกับข้าวฉีกซองครับ


ยาประจำตัว

ใครรู้ตัวว่าเจออากาศแปรปรวนแล้วกลัวจะป่วยควรมายาลดไข้ ยาลดน้ำมูกไว้ด้วยครับ ทั้งนี้แนะนำปรึกษาแพทย์ตอนจ่ายยาให้นะครับ อย่าลืมบอกว่าจะพกไปเมืองนอกครับ



ทั้งหมดเป็นของจำเป็นที่ผมคิดว่าทุกคนควรจะมีครับ ส่วนอย่างอื่นที่ไม่ไเอ่ยถึงก็เตรียมไปตามความพอใจของตัวเองและตามขนาดที่กระเป๋าเราจะรับได้นะครับ อย่าลืมเผื่อที่ไว้ซื้อของกลับมาด้วยล่ะ ช๊อคโกแลตที่นู่นอร่อยมากแนะนำเลย :)