ไอซ์แลนด์ ไป..ให้ได้รู้จัก - บทที่2: เดินทางกันเถอะ

ช่วงก่อนวันเดินทางสัปดาห์สุดท้าย เรียกได้ว่าเป็นช่วงหายนะของผมพอสมควร

ก็แหงล่ะ จะหนีงานการไปเที่ยวตั้งครึ่งเดือน 

โดยเฉพาะวันสุดท้ายที่ยังต้องวิ่งไปถ่ายงานแล้วก็จบงานให้เสร็จในคืนนั้น

ซึ่งคืนนั้นงานทั้งหมดของผมจบตอนตี4 และ...ยังไม่ได้จัดกระเป๋า

 

จะบินไปเที่ยว 17วันตอน9โมง เพิ่งจะเริ่มจัดกระเป๋าตอนตี4

มันน่ามั้ยล่ะ ผมล่ะขำตัวเองจริงๆนะ

แต่ผมก็รู้ตัวมาก่อนแล้วแหละว่าต้องเป็นแบบนี้ ก็เลยวางแผนทำchecklistซื้อของ

เตรียมรอกองๆไว้ในห้องนอนหมดแล้ว เหลือแค่จับทุกอย่างยัดลงกระเป๋านั่นแหละ

แต่การจัดกระเป๋าตอนตี4 ในสภาพอดนอนเป็นอะไรที่สุ่มเสี่ยงเป็นอย่างมาก

สมมุติถ้าลืมอะไรไปก็บายเลย แค่นั้นเอง

ซึ่งตอนจัดก็มีความยากลำบากประมานหนึ่ง แต่เราจะข้ามไป

 

แล้วกระเป๋าผมก็จัดเสร็จตอน05.30 ตามแผนเป๊ะ

ตอนนั้นก็จัดแจงอาบน้ำอาบท่าออกจากบ้าน 06.00

ตอนแรกที่บ้านว่าจะไปส่ง ด้วยความเกรงใจและบ้านใกล้แอร์พอร์ตลิงค์

ผมก็เลยบอกว่าเดี๋ยวไปแอร์พอร์ตลิงค์เอง สบ๊ายยยย

 

ระหว่างเดินทางก็เริ่มมีการสนทนากันอย่างตื่นเต้นในไลน์

คนนั้นถึงแล้ว คนนี้ถึงแล้ว เดี๋ยวไปต่อแถวเลยนะ

 

“โอเคกูถึงคนสุดท้าย 55555”

 

พอมาถึงสนามบิน บรรยากาศก็คึกคักตามธรรมชาติของสุวรรณภูมิบ้านเราแหละ

แบคแพคเกอร์ฝรั่งเดินไปมา ทัวร์จีนมากมาย 

คนไทยจะเดินทางไปเที่ยว กรุ๊ปทัวร์จับกลุ่มตามคนถือธง

ผมไม่รอช้ารีบตรงดิ่งไปที่เคาท์เตอร์เช็คอิน ที่ทุกๆคนเข้าแถวกันไปหมดแล้ว 

เราก็เริ่มทักทายทีละคนด้วยความสดใสเท่าที่คนอดนอนคนนึงจะทำได้

แล้วเราก็ผ่านขั้นตอนที่คุ้นเคยคนมาอยู่ที่หน้าเกทตอน08.00 ตามเวลาขึ้นเครื่องพอดี

 

เดี๋ยวเราจะได้เดินทางกันแล้ว ถ่ายรูปก่อนเดินทางเป็นที่ระลึกซักหน่อยจะดีกว่า

อารมณ์ตอนนั้นผมพร้อมแล้ว พร้อมมาก

 

พร้อมจะไปนอนบนเครื่องแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆ

 

ทุกคนก็พูดคุยทักทายทำความรู้จัก 

เล่าเรื่องการเตรียมตัวของตัวเองว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ก็วุ่นวายพอกัน

เราก็แนะนำชิน หนุ่มตัวละครลับที่จะเพิ่งโผล่มาในวันเดินทาง ให้ทุกคนรู้จัก 

เพื่อนผมเข้ากับคนง่ายครับ เจอกันสิบนาทีแม่งสนิทกับเขาละ ฮ่าๆ ล้อเล่นนะ

 

แล้วเวลาก็ล่วงเลยไป08.30 เลยเวลาboardingมาครึ่งชั่วโมงแล้ว

แต่ก็ไม่มีการประกาศเรียกใดๆจากเจ้าหน้าที่ คนเริ่มมารอกันเยอะ

เราก็ยังคุยกันอย่างเพลิดเพลินต่อไป  อีกกลุ่มเริ่มตั้งวงเล่นไพ่Saboteur

09.00ผ่านไปทุกอย่างยังคงนิ่งสนิท ไม่มีการเรียกใดๆ 

คนที่รอด้านล่างเริ่มกระวนกระวายเข้าไปถามเจ้าหน้าที่เป็นระยะๆ

ส่วนพวกเราก็ยังคงชิว อยู่ในอิริยาบทเดิม 

ซักพักก็มีคนนอร์เวย์เข้ามาดูกลุ่มที่เล่นSaboteur

พี่แกก็คงตกใจเพราะพวกเรานั่งเล่นกันเปิดใจมาก เขาก็คงคิดว่าเราเล่นไพ่จริงกันอยู่

พี่แกก็เริ่มเข้าไปชวนแก๊งนั้นคุย ชินกับพี่อ๋องก็คุยตอบกันไปขำๆ

เขาแปลกใจว่าทำไมเราถึงไปนอร์เวย์ตอนนี้ มันมีอะไรน่าสนใจงั้นหรอ

เพราะอากาศช่วงนี้มันก็ไม่ได้จะดี

คุยกันไปกันมา เหมือนเขาจะถูกใจอะไรพี่อ๋องกับชินไม่รู้ 

พี่แกก็เลยเอ่ยปากว่าถ้ากลับมาOsloมากินข้าวที่บ้านเขาพร้อมกับเอาเบอร์โทรให้

ด้วยความเมาในระดับที่ดูออกว่าพี่แกเมาอยู่แน่ๆ 

ทุกคนเลยไม่ได้ให้น้ำหนักว่าการชวนนั้นเป็นเรื่องจริง

 

“I’m serious” 

 

แต่พี่แกย้ำมางั้น วงไพ่นั้นถึงกับdead airกันเลยทีเดียว 

แล้วพี่แกก็จากไป

 

10.00 ทุกคนเริ่มเบื่อ ด้วยความสงสัยก็เลยถามเจ้าหน้าที่ 

ได้ความมาว่าเครื่องมีการขัดข้องกำลังซ่อมอยู่ ให้รอฟังประกาศจากกัปตันตอน10.30

บางคนเริ่มเดินออกไปหาของกิน

 

ผมเริ่มนั่งเครียด

“ดีนะพี่ที่เราต่อเครื่องไปไอซ์แลนด์พรุ่งนี้”

“ดีเลย์ อะไรก็ได้อย่าแคนเซิลกันก็พอ”

 

“อย่าชะล่าใจไป เรามากับของแรง” 

พี่โน้ตพูดพร้อมเหลือบตาไปมองพี่ตี้

 

“เป็นเพราะมึงเลย เตย!!!!” 

พี่ตี้รีบปัด

 

“มึงก็ใช่ย่อยอีตี้!!!” 

พี่เตยสวนในทันที

พี่โน้ตมองด้วยสายตาเห็นด้วยกับพี่เตย ยิ้มเบาๆ มีการพยักหน้าเล็กน้อย

 

“เออดี เป็นเตยตี้คู่ซี้มหัศจรรย์ ฮ่าๆๆๆๆ"

พี่ตี้สรุปใจความให้พร้อมหัวเราะปิดท้าย

 

นาทีนั้นเอาใจช่วยทีมช่างสุดๆ คิดแค่ว่าดีเลย์แค่ไหนก็ได้ขอแค่ว่าอย่าเลื่อนวันนะไม่งั้นปวดหัวแน่นอน เพราะทุกอย่างวางแผนไว้หมดแล้ว ทั้งตั๋วเครื่องบิน จองรถ จองที่พัก แต่ก็ถือเป็นโชคดีที่เราบินไปไอซ์แลนด์วันถัดไป ไม่งั้นเครียดหนักกว่านี้แน่นอน

 

10.45 กัปตันแจ้งแคนเซิลไฟล์ท พร้อมแจ้งผู้โดยสารว่าไฟล์ทนี้จะเลื่อนไป10ชั่วโมงจากนี้ โดยเราจะได้ไปพักที่โรงแรมNovotel และจะมีอาหารกลางวันอาหารเย็นบริการ

 

“ฉิบหายแล้วจ้า ไฟล์ทโดนแคนเซิล!!!!!!” ผมบอกกับตัวเองในใจ

 

“เป็นเพราะมึงเลย อีเตย!!!!” พี่ตี้ชิงโบ้ยให้พี่เตยก่อน

“มองในแง่ดีอย่างน้อยวันนี้เราก็ได้นอนโรงแรม ไม่ต้องนอนสนามบินไงมึง” พี่เตยชวนมองมุมกลับ

 

ผมเริ่มคำนวนเวลากับพี่โน้ต

“10ชั่วโมงจากนี้ก็ สามทุ่มพี่ โอเคน่ายังทันอยู่ อย่าดีเลย์ไปกว่านี้เลย”

“เราควรออกเลทสุดประมานกี่โมง”

“เอาแบบสบายใจไม่เครียดก็ไม่ควรเกินสี่ทุ่มพี่ เพราะชินมันต้องขึ้นเครื่องก่อนเราสองชั่วโมง
ของเราอย่างแย่ที่สุดไม่ควรเกินเที่ยงคืน”

 

 

11.00 ผู้โดยสารทยอย เดินจากเกทไปตม. ผ่านตม. รับกระเป๋า ขั้นตอนทุกอย่างเป็นไปได้ช้ามาก ช้าสุดก็ตอนตม.เนี่ยแหละ ที่เขาต้องเอาเราไปดำเนินการที่ช่องพิเศษ ไม่ได้เข้าตามขั้นตอนปกติ 

จากนั้นเขาก็เอาพวกเราขึ้นรถบัส พาไปเช็คอินโรงแรม ระหว่างรอเช็คอินที่โรงแรม smsของพี่เตยก็แจ้งมาว่า ไฟล์ทใหม่ที่เราจะได้บินไปOsloตอนเที่ยงคืน

 

ชินกับพี่คิมงานเข้าเต็ม เพราะคำนวนเวลาแล้วชินมีเวลาแค่1ชั่วโมงในการไปขึ้นเครื่องอีกไฟล์ท

โดยวางแผนกันว่าจะลองไปถามเจ้าหน้าที่ของสายการบินอีกทีตอนเช็คอินละกัน ว่าเตรียมตัวกันยังไงดี


ขั้นตอนทั้งหมดเสร็จตอน14.30 กินข้าวที่ทางโรงแรมเตรียมให้

ได้ขึ้นห้องนอนตอน15.00 

“ผมตื่นมาเกิน24ชั่วโมงแล้ว” เสียงของพี่ซันนี่ในหนังฟรีแลนซ์ฯลอยขึ้นมาในหัว 

ผมล้มตัวลงบนเตียง อย่างหมดเรี่ยวแรง ตาปิดสนิท

จะไปเที่ยวทั้งที มีอุปสรรคตั้งแต่เริ่มทริปเลย คิดซะว่าจะเจออะไรก็เจอให้จบที่นี่มันไปละกัน ถึงที่นู่นก็ขอให้ราบรื่นละกันเนอะ


จริงๆตอนนี้ควรจะให้ชื่อพร้อมเสียงตะโกนดังๆว่า “ไฟล์ทแคนเซิล!!!!!!” 

แค่ไม่อยากจะสปอยด์คนอ่าน ฮ่าๆๆๆๆ